เรียนต่อที่จีน
จีนเป็นหนึ่งในจุดหมายการศึกษายอดนิยมของโลก มีนักศึกษาต่างชาติกว่า 492,185 คนจาก 196 ประเทศ โดย 59.95% มาจากเอเชีย และกว่า 63,041 คนได้รับทุนรัฐบาลจีน จีนมีมหาวิทยาลัยคุณภาพและทุนการศึกษาหลากหลาย ระดับภาษาจีนหรือผล HSK เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญของการพิจารณาทุน
การสมัครเรียนและทุนการศึกษา
HSK เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนหลักสูตรภาษาจีน โดยระดับขั้นต่ำที่มักยอมรับคือ HSK 4 แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำมักให้ความสำคัญกับระดับที่สูงกว่าสำหรับการสมัครและขอทุน แม้เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ ใบรับรอง HSK ก็ช่วยให้ใบสมัครโดดเด่นขึ้น
การสำเร็จการศึกษา
มหาวิทยาลัยจีนบางแห่งกำหนด HSK เป็นเงื่อนไขจบการศึกษา นักศึกษาต่างชาติต้องมีภาษาจีนพื้นฐานก่อนจบ ข้อกำหนดแตกต่างกันตามมหาวิทยาลัยและหลักสูตร แต่ใบรับรอง HSK ถือเป็นข้อได้เปรียบ
ทำงานในบริษัทจีนระดับโลก
บริษัทระดับโลกและสตาร์ทอัพจีนกำลังมีบทบาทมากขึ้น นอกจาก Huawei และ Alibaba ยังมีสตาร์ทอัพอีกมากที่เปลี่ยนแปลงวงการเทคโนโลยี ทุกแห่งต้องการบุคลากรท้องถิ่นเพื่อขยายธุรกิจในต่างประเทศ
ฝึกงาน
อุปสรรคสำคัญของนักศึกษาต่างชาติที่หาที่ฝึกงานในบริษัทจีนระดับโลกคือทักษะภาษาจีน ใบรับรอง HSK ขั้นสูง โดยเฉพาะ HSK 5 และ HSK 6 แสดงว่าคุณสื่อสารในสภาพแวดล้อมธุรกิจจีนได้
การทำงาน
ใบรับรอง HSK ขั้นสูงเป็นข้อกำหนดพื้นฐานของบริษัทจีนหลายแห่ง การสื่อสารในที่ประชุม เขียนรายงาน และนำเสนอเป็นภาษาจีนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พื้นฐาน HSK ที่ดีช่วยให้คุณเพิ่มคำศัพท์ที่จำเป็นต่อการทำงานได้
ชีวิตประจำวัน
หากอาศัยหรือวางแผนอยู่จีน การไม่รู้ภาษาจีนพื้นฐานอาจสร้างความลำบาก ตั้งแต่จ่ายค่าอาหารด้วย Alipay บอกตำแหน่งให้คนขับ Didi สั่งอาหารผ่าน Ele.me ไปจนถึงเลือกไซซ์เสื้อผ้าใน Taobao
การสื่อสาร
คำศัพท์ HSK มาจากคำและอักษรที่พบได้ในชีวิตประจำวันหลายบริบท HSK 1–3 จึงช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการสื่อสารกับคนรอบตัว ครั้งหน้าเมื่อนั่งแท็กซี่ คุณจะไม่ต้องพูดเพียง “tīng bù dǒng” 听不懂
การปรับตัวเข้ากับสังคม
การปรับตัวเข้ากับสังคมต้องเริ่มจากการพูดภาษาของที่นั่น ภาษาจีนไม่ง่าย แต่ยิ่งฝึกและใช้ในชีวิตประจำวัน คุณจะยิ่งพัฒนา HSK ช่วยเปิดประตูสู่คำศัพท์ที่จำเป็นสำหรับชีวิตในจีน ส่วนการปรับตัวจริงต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อย่าล้มเลิกเป้าหมาย สู้ๆ 加油!
